More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  *~Gift by any other name...PhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community

*~Gift by any other name would smell as sweet~*

April 17

My heart is blooming !!

  

Happiness is emotion in which one experiences feelings ranging 

from contentment and satisfaction to bliss and intense joy.

(Ref. wikipedia)

Enjoy my song !! ^^v

 

March 17

POSUKADO

BangkokChaingMaiTaipeiParisPohkaraSingaporeBeijingJatujak
LondonSydneyPhuketStrasbourIstanbulDanangKualaLumper
ChaingraiiPPIslandVeniceOsakaDisneylandHongKongHuaHin
SuratthaniHanoiMadacascaMayotteSainoiTokyoNewYorkAree
AlaskaHongKongKathmanduLuangPrabangPaiFirenzeYunan
ETC......coming to Sainoi
 
วันก่อนนั่งจัดของเปิดเก๊ะเจอโปสการ์ดหลายใบซ่อนอยู่ บางอันนานอยู่ หลายปี
ทีเดียว นั่งอ่านอีกรอบก็ยิ่มได้ ขอบคุณโปสการ์ดทุกทุกฉบับที่พ่อแม่พี่น้องเพื่อน
รักเพื่อนไกลทั้งหลายส่งมาให้รวมถึงการส่งถึงตัวเองอิอิ เพราะกลัวไม่มีใครส่งให้
บางคนรักการส่งโปสการ์ด ชอบที่จะส่งให้ทุกทุกครั้งที่ตัวเองเดินทาง บางคนส่ง
บางครั้งที่ตัวเองเดินทาง บางคนส่งทุกเทศกาล บางคนส่งบางครั้งตามแต่เทศกาล
บางคนไม่เคยส่งแต่ถูกบังคับให้ส่ง ต่างๆกันไป แต่ไม่ว่าจะยังไหงโปสการ์ดที่กิ๊บมี
อยู่ทั้งหมดก็มาจากพวกท่าน ซึ้งใจจริงๆ T_T
ต่างคนต่างมีเหตุผลออกไปสำหรับเก็บ และสะลมโปสการ์ด ส่วนตัวเป็นคนรักการ
เดินทาง ย้ำเรารักการเดินทาง มากกว่าการท่องเที่ยว ในโลกนี้มีอีกนับไม่ถ้วนที่อยาก
จะไปอยู่ยืนดมอากาศแถวนั้น หรือแวะกินขนมของโปรด พร้อมทั้งมองดูผู้คนเดินไป
เดินมา แต่ความเป็นจริงคงเป็นไปไม่ได้ กิ๊บบี้ไม่ได้ร่ำรวยขนาดนั้น โปสการ์ดจึงเป็น
สิ่งหนึ่งที่เหมือนตัวแทนของการเดินทาง ใช่! มันเดินทางจากที่ที่เราฝันถึงว่าวันหนึ่ง
เราคงมีโอกาสได้ไปยืนอยู่ตรงนั้น การเก็บมันไว้ก็เหมือนเติมฝันที่อาจจะไม่เป็นจริง
ของเราให้ดูมีสีสันได้ฝันหวานอยู่บ้าง ไม่สิมากทีเดียว รอยประทับจากเมืองต่างต่าง
คำบรรยายหลังภาพทิวทัศน์นั้น มันทำให้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
เคยเป็นกันไม๊ ตอนเด็กๆที่คุนพ่อแม่ มีของขวัญมาวางอยู่บนโต๊ะ โดยไม่คิดว่าก่อนว่า
จะได้ ฉันใดฉันนั้นเญ้นวันไหนที่กลับบ้านไว้ แล้วมีโปสการ์ดวางอยู่บนโต๊ะ โอ้ว...ดีจัง
ใครส่งมาน้า ส่งจากที่ไหนน้า ^^
เคยอ่านบลอกของคณเชอราเดียจำได้ถึงประโยคที่คุณรี่เคยเขียน(ขออนุญาตนะค่ะ)
"ความสุขที่แท้จริงการท่องเที่ยว ไม่ใช่การพาตัวเองเพียงแค่ให้ได้ขึ้นชื่อว่า ไปอยู่
ตามสถานที่สำคัญต่างๆ เร่งรีบที่จะไปไหนต่อไป ให้ได้มากที่สุด .... ทุกที่ที่เราไปมัน
ไม่ใช่แค่มีตึกให้เราถ่ายรูปแล้วก็เดินจากออกไป แต่มันมีวิญญาณสิงสถิตย์อยู่ ซึ่งไม่ใช่
สิ่งที่จะปรากฎให้เห็นในทันทีให้เราเห็น เหมือนอาคารที่อยู่ตรงหน้า แต่มันต้องการเวลา
ให้เราปรับสภาพอารมณ์ความรู้สึกของเรา จนกระทั่งรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่นั้น
เราถึงจะได้มีโอกาสสัมผัสมัน" ยาวเชียว แต่ชอบ.... ^^ จังเลยค่ะ
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับทุกทุกการเดินทาง อิอิ แล้วถ้าไม่ลืมก็
 
92/358 หมู่บ้านศุภากร ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ไทรน้อย นนทบุรี 11150 นะจ๊ะ
 
บายบาย ^^
 
ปล. ตอนนี้อยากเป็นโลมา
  
September 07

เมื่อคืนฉันร้องไห้

กลับมาจากสิง ก็คิดถึงเพลงเพลงนึงของพี่หลิวตลอดเล่ะ น้องสาวใจดีเลยจัดแจงส่งลิงโหลดมาให้ ตอนนี้ได้มาแหล่ะ มันคือ Bing Yu นั่นเอง ฟังไม่ออกหรอกแต่ชอบ...
เหมือนมันวนอยู่ในหัวตลอดตั้งแต่กลับ หาไปหามาเลยเกิดอารมณ์อยากดูหนังพี่หลิวขึ้นมาอย่างแรง ชวนคุนแอนนี่ไปเช่ากันที่ท่าพระจันทร์ ไม่รู้หรอกจะเช่าเรื่องไร โวยวายใส่คนที่ร้าน(ทั้งๆที่ Pride & Prejudice ยังไม่ได้คืน 55) เค้าก็หยิบเรื่องนึงมาให้
"จอมโจรหัวใจไม่ลวงรัก" (A world without theves) โอ้ว...ชื่อสุดยอด ยิ่งกว่าซอลิ้วเฮียงอีก แต่ก็เอามา เชื่อใจคนที่ร้าน กลับมาบ้านดูพี่เคนจบ ก็จัดแจง ที่นอนเตรียมเคลิ้มอินกะพี่หลิว
 
เปิดมาฉากแรก อื่ม... จะสนุกไหมเนี่ย พี่หลิวทรงผมเป็นหมีเล่ะ
ทั้งพระเอก นางเอกเป็นขโมย เรียกว่าขั้นเซียนทำการโจรกรรมทุกประเภท
ซึ่งรอบนี้ขโมยรถจะไปขายที่ทิเบต ระหว่างทางเกิดทะเลาะกัน
เพราะนางเอกไม่อยากเป็นโจรอีก เลยตกลงแบ่งเงินแล้วก็แยกกันไป
นางเอกเดินไปตามทางทะเลทราย นานๆทีจะมีคนขี่จักรยานผ่านมา แต่ก็ไม่มีใครรับ
จนมาเจอ "โง่เกิน" ชื่อเท่ห์มั่กมาก ที่หยุดรับ ให้น้ำดื่ม และพานางเอกมาในเมือง
โง่เกินเป็นคนจีนที่มาอยู่ทิเบตนานถึง 5 ปี ทำงานซ่อมวัด ตลอด 5 ปีไม่เคยกลับบ้าน
เพราะต้องการเก็บเงินให้ได้มากที่สุด เพื่อเอาเงินกลับไปปลูกบ้าน แต่งงาน และสร้างครอบครัว
นั่นเป็นความหวังของเด็กผู้ชายใสซื่อ และมองโลกในแง่ดี(มาก)คนนึง
ถึงเวลาต้องกลับบ้าน โง่เกิน พกเงิน หกหมื่นหยวน เงินทั้งหมดตลอดระยะเวลาที่ทำงานมา 5 ปี ติดตัวไประหว่างนั่งรถไฟกลับบ้าน เพราะไม่ต้องการส่งเงินกลับโดยเสียเงินค่าธรรมเนียมราคาแพงที่แลกได้กับลาหนึ่งตัว
เพราะความที่เป็นคนที่มองโลกในแง่ดี ไม่เคยคิดว่าจะมีใครกล้ามาขโมยเงินที่เค้าหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง เลยตะโกนร้องไปทั่ว ว่าเค้ามีเงินอยู่หกหมื่นหยวนในตัว
นางเอกด้วยประสบการณ์ช่ำชอง และปลื้มในน้ำใจของโง่เกิน ได้ยินอย่างนั้นก็รีบเสนอตัวขอนั่งรถไฟไปพร้อมกันเพื่อปกป้องโง่เกิน และเงินทั้งชีวิตของเขา
ส่วนพระเอกทิ้งนางเอกไม่ลงเลยตามมาช่วยปกป้อง ทั้งที่ตัวเองก็อยากได้เงินนั้นเช่นกัน บนรถไฟฟ้ามีมาเฟียขั้นเซียนอีกกลุ่มนึงที่จ้องจะขโมยเงินนี้เช่นกัน ทั้งพระเอก นางเอกจึงต้องต่อสู้ (แบบมีชั้นเชิง ไม่ได้เอาปืนยิงกันนะ) ชิงไหวชิงพริบกัน (มันส์มาก) เพื่อปกป้องเงินนั้น
แต่สุดท้ายคนร้ายก็ใช้ความใสซื่อ และมีน้ำใจของโง่เกิน เป็นตัวล่อให้เกิดช่องโหว่ง
จนสามารถขโมยเงินมาได้ แต่เงินนั้นถูกสับเปลี่ยนโดยตำรวจ ทั้งสองฝ่ายไม่รู้เลยว่ามีตำรวจเฝ้าดูพฤติกรรมของพวกเขาอยู่ตลอดเวลา ได้เวลาตำรวจจึงเข้าควบคุมตัวพวกเค้าทั้งหมด ก่อนลงเพื่อเข้าคุกพระเอก นางเอกขอเข้าไปดูโง่เกินที่ยังสลบจากการบริจาคเลือดอยู่ และไม่เคยรับรู้เรื่องราวเลวร้ายระหว่างทางที่เกิดขึ้นทั้งหมด
พวกเขาขอให้ตำรวจอย่าบอกความจริงกับโง่เกินว่าคนรอบตัวเค้ามีแต่โจรผู้ร้าย แม้แต่พวกเขาที่ช่วยเหลือโง่เกิน พวกเขาอยากให้โง่เกินตื่นขึ้นมากับโลกที่สดใส และเงินอันเป็นความหวังของเค้าเช่นเดิม แต่เรื่องไม่ได้จบแค่นี้หรอก มันเศร้ามาก... ร้องไห้ขี้มูกโป่งเล่ะ แต่เล่าแค่นี้แหล่ะ อิอิ
 
...การเป็นคนมองโลกในแง่ดีเนี่ย จริงๆแล้วมันดี หรือไม่ดีกันแน่เนอะ...
 
หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีความคาดหวังมาก่อนว่าจะดู หรือดูแล้วจะดีรึป่าว แต่พอดูจบก็บอกได้เลยว่าเป็นหนังที่จะอยู่ใน Range of mind อีกหนึ่งเรื่อง ชอบ... อยากลองนั่งรถไฟไปทิเบตบ้าง คงทรหดดี
 
เวลาดูหนัง หนังไทย หนังจีน เกาหลี ญี่ปุ่น หรือฝรั่ง กิ๊บว่ามันให้ความรู้สึกต่างกันเยอะเหมือนกัน บอกไม่ถูก
แต่มันจะสิ่งที่สื่อความหมายของตัวหนังที่แตกต่างกันไป เป็นคนชอบดูหนังจีนแต่เด็กๆ รู้สึกผูกพันกับหนังจีน
แต่ช่วงนี้หนีไปดูหนังญี่ปุ่น กะฝรั่งซะเยอะจนลืมหนังจีน สงสัยต้องไปคุ้ยๆหนังจีนกลับมาดูสักหน่อยแหล่ะ
 
เพลง ตอนแรกจะเอา Bing yu มาลง แต่...เอาคุนเจี๋ยดีกว่า คุนเจี๋ยเท่ห์ เก่ง ร้องเพลงเพราะ (ถึงแม้จะไม่ค่อยรู้เรื่อง)
อิอิ แล้วก็ชอบเพลงนี้เป็นการส่วนตัว แอบคลาสสิกดี ชอบ...
    
 
August 23

Light says

 

Cerith Wyn Evans: And if I don’t meet you no more in this world / Then I’ll, I’ll meet you in the next one / And don’t be late, don’t be late, 2006, © the artist; Photo: Stephen White; Courtesy Jay Jopling/ White Cube (London) 

 
July 26

เด็กดอย คอยรัก

สวัสดีค่ะ ชื่อครูกิ๊บค่ะ ครูบ้านนอกรุ่น 89 ค่ะ รู้สึกเขิลล... เล็กน้อยที่เรียกตัวเองว่า ครูเพราะดูมันยิ่งใหญ่เกินตัว สิ่งที่ข้าพเจ้าทำลงไปอาจดูไม่ได้ดีเด่ขนาดนั้น ขออนุญาตเกริ่นเล็กน้อยว่า โครงการครูอาสาลักษณะนี้เป็นเพียงแค่ความคิดอยู่ในหัวสมองมานานนม แต่ไม่เคยมีการลงมือทำจริงจัง คิดว่าอีกหลายคนก็คงเคยเป็นเช่นกัน แต่ด้วยความประจวบเหมาะของเวลา สถานที่ และอื่นอีกหลายประการ ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการนี้ด้วยความหน้าบาน และหัวใจบาน (ถึงแม้ว่าจะโดนหักเงินจากการลางาน) เอาเป็นว่าเต็มที่ค่ะ แล้วเจอกันบ้านผามูบ
 
พอถึงเชียงราย ถึงมูลนิธิฯ ฟังการแนะนำองค์กร ทำความรู้จักกัน แบ่งกลุ่ม แบ่งงานกันโดยคร่าวๆ ทางคุณครูแจ้งว่า เราจะเดินทางด้วยเท้าไปยังหมู่บ้านสุขสันต์ ข้าพเจ้าหัวเราะในใจ สบายมาก การเดินทางขึ้นเขาเป็นเรื่องที่ชอบอยู่แล้ว เดินไปดูวิวไปช่างดีจริงๆ

 

เมื่อการเดินทางด้วยเท้าเริ่มขึ้น จากอากาศที่ค่อนข้างเย็นสบายในเดือนกุมภาพันธ์ กลับกลายเป็นอากาศเดือนเมษายนภายในครึ่งชั่วโมง เราเดินเท้าไปตามทางถนนแดง นึกออกใช่มั๊ยค่ะ ว่ามันเป็นสภาพอย่างไร ถนนที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา ฝุ่นตลบ และทำให้รองเท้าผ้าใบสีขาวแปลงร่างเป็นสีแดงโดยไม่ต้องย้อม อย่างนั้นแหล่ะค่ะ เรียกว่าถนนแดงข้าพเจ้าหนูน้อยรองเท้าแดงเดินไปคุยไปกับอาสาสมัครคนญี่ปุ่นด้วยความอยากฝึกภาษา ไอ่เราก็ทำหน้าร่าเริงสุดฤทธิ์ แต่ที่ไหนได้ ไม่ไหวแล้วค่ะ ร้อน ดำ เหนื่อย แดง หิว และเริ่มมีคำถามขึ้นมาในหัวสมอง ข้าพเจ้า(กรู)มาทำอะไรที่นี่ คุ้มมั๊ย กับการตัดสินใจครั้งนี้

 

เมื่อมาถึงหมู่บ้านด้วยเหงื่อท่วมตัว เด็กดอยตัวน้อยน้อย ก็มาคอยเลือกเราเข้าบ้านของเขา (กลัวมาก นึกว่าจะไม่มีเด็กเลือกซะแล้ว) ปล.แอบเห็นเด็กทำหน้าเอ๋อ มึน ตอนได้ครูกิ๊บมาอยู่บ้าน 555+ พลาดไปแล้วไอ่น้องเอ้ย เด็กเด็กพาเราไปที่บ้าน เพื่อเก็บของและพักผ่อนก่อนจะนัดรวมตัว บ้านที่ไปอยู่มีแต่ห้องครัว เพราะตัวบ้านจริงๆยังปลูกไม่เสร็จ แต่ก็ไม่ได้ลำบากจนเกินไปเพราะเค้าเตรียมที่นอน และผ้าห่มอย่างดีที่สุดที่เขาพอจะมีให้กับเรา (ขอบคุณมากค่ะ ซึ้งจาย...) เราได้พูดคุยกับครอบครัวชาวดอยด้วยภาษาดอยของเขา (เอาหล่ะโว้ยจะพูดเป็นแล้วโว้ย โฮะๆ) เรียนรู้ความเป็นอยู่ เรียนรู้วิถีชีวิตซึ่งกันและกัน ดีจังเนอะ ^^

 

เช้าวันรุ่งขึ้น วันนี้ที่รอคอย เราจะได้เป็นครูจริงจริงแล้ว ไม่ตื่นเต้นเลย แต่อยากจะรู้ว่าวันนี้เราจะเจออะไรบ้าง เด็กๆแต่งตัว เตรียมข้าวไปทานที่โรงเรียน เตรียมไปเฉพาะข้าวเพราะที่โรงเรียนจะมีกับข้าวให้ทานฟรี จากเงินของรัฐ ซึ่งถือว่าไม่มากเลยเมื่อเทียบกับการลงทุนด้านอื่นๆ เอาเถอะเขียนเยอะ เดี๋ยวจะเป็นประเด็น เราออกเดินทางตอนช่วงก่อนแปดโมง สายเล็กน้อย แต่เด็กๆบอกว่าไม่เป็นไรค่ะ เดินไม่นาน ก็โอเค ออกเดินทาง เราเดินทางด้วยเท้าเช่นเคยไปที่โรงเรียน อากาศดีจริงๆ เย็นเย็น เดินสบาย สองทางข้างเป็นภูเขา และแม่น้ำ โอ้วนี่หรือชีวิตบนดอย เด็กๆเดินจูงมือคุณครูไปโรงเรียน ดูเด็กดอยน้อยน้อยมีความสุขดีจริง เห็นภาพนั้นแล้วก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่า จริงๆแล้วได้เห็นภาพแค่นี้มันก็คุ้มเกินคุ้ม แต่ยังค่ะ มันไม่ได้คุ้มแค่นี้หรอก

 

เราเดินทางมาถึงโรงเรียนก่อนเวลาเข้าเรียนเล็กน้อย เลยมีเวลาเดินเล่นรอบรอบโรงเรียน คุณครูใหญ่บอกว่าช่วงนี้จะเข้าโรงเรียนช้ากว่าปกติ เพราะว่าต้องให้เวลาเด็กเด็กที่หมู่บ้านอยู่ไกลออกไปเดินมาให้ทัน ไอ่เราก็เลยเดินเล่น เก็บขยะ กินขนม ไม่ได้เก็บขยะมาเป็นขนมนะเฟ่ย) เด็กเด็กเก็บดอกไม้มาให้ครูกิ๊บด่วย เขิลจัง ขอบคุณมากค่ะ ดอกไม้ข้างทางที่อาจดูแล้วไม่สวยเท่าดอกไม้ช่อละพันสองพันที่กรุงเทพฯ แต่รู้สึกปลื้มมาก... จริงๆแล้วมันดูมีค่ากว่านั้นมาก เพราะมันมาจากความจริงใจ ความใสของเด็กดอยน้อยน้อยเหล่านี้ที่อยากจะให้ ยิ้ม(หน้าบาน)แล้วก็ถึงเวลาเคารพธงชาติ ข้าพเจ้าชอบจริงๆ เวลาเห็นเด็กๆเข้าแถว มันน่ารักแต่อธิบายไม่ถูกว่าน่ารักยังไง โรงเรียนไม่ได้ใหญ่ มีนักเรียนไม่มาก แถวนึงชั้นนึง บางคนที่มีชุดนักเรียนจะแต่งชุดนักเรียน บางคนไม่มีชุดนักเรียนก็ใส่ชุดอยู่บ้านปกติ ปนเปกันไป นี่แหล่ะน้อความเป็นจริง

 

มาเริ่มสอนกันดีกว่า ข้าพเจ้าสอนชั้นประถม ๖ จริงๆอยากสอนเด็กประถม ๑ มากกว่า (เพราะถ้าสอนไม่รู้เรื่อง เด็กเด็กก็คงไม่รู้หรอก 555+) แต่ไม่หรอก สอนชั้นไหนก็สนุกหมดค่ะ อยู่ที่ตัวเอง แต่ก่อนจะสอนมองสภาพห้องแล้ว แอบเศร้าเล็กน้อย ห้องนึงแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งประถม ๕ และฝั่งประถม ๖ ทุกชั้นเรียนจะเป็นอย่างนี้หมด แบ่งห้องกันเรียน แบ่งครูกันสอน  (ปกติโรงเรียนนี้จะมีครู 3 คน สอนมันหมดตั้งแต่ชั้น ป. ๑ ป. ๖ โอ้วว....) เราสอนเสร็จก็มานั่งที่ห้องสมุด ห้องสมุดของโรงเรียนมีหนังสือม่าก หรือเรียกได้ว่าน้อยมาก และส่วนใหญ่ก็เป็นหนังสือที่ได้จากการบริจาค มีคอมพิวเตอร์เก่าๆที่ได้บริจาคมาเช่นกัน 2 เครื่อง ร้องคาราโอเกะได้ด้วย แต่จริงๆเท่านั้นพวกเขาก็ดูมีความสุขแล้ว

 

การเดินทางครั้งนี้ สำหรับข้าพเจ้าสนุกมากค่ะ ได้เห็น ได้เรียนรู้ความเป็นจริงหลายอย่าง การเดินทางทำให้เราเรียนรู้โลกได้กว้างขึ้นจริงๆ สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้คิดว่าถ้าคนเรารู้จักเห็นแก่ตัวเองให้น้อยลง และแบ่งปันให้คนอื่นมากขึ้น ประเทศเรา โลกเราคงน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลย การเรียนถือเป็นสิ่งสำคัญเป็นพื้นฐานในการพัฒนาสังคมเราให้ดี และมีคุณภาพชีวิตที่สุขสบายขึ้น เงิน หนังสือ อุปกรณ์การเรียน สำหรับชุมชนที่ห่างไกลยังจำเป็นอีกมาก การสนับสนุนจากทางราชการอาจจะไม่เพียงพอ แต่บางเรื่องอย่างเช่นความเป็นอยู่ คิดว่าพวกเขาคงจะพอเพียง และชินกับการใช้ชีวิตอย่างที่พวกเขาเคยเป็นอยู่ ไม่จำเป็นต้องมีเทคโนโลยี หรือสิ่งล้ำสมัยมากมายในชีวิต เพียงแต่ความจริงใจ และน้ำใจที่พวกเราแบ่งปันให้พวกเขาเด็กดอยน้อยน้อยเหล่านั้น ก็น่าจะเป็นการช่วยเหลือที่มีคุณค่าทางจิตใจมากกว่า พวกเขาได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ได้กินขนม ได้เจอเพื่อนใหม่ คุณครูใหม่ เด็กเหล่านั้นก็ดูความสุขเพียงพอแล้ว เห็นอย่างนั้นแล้ว ข้าพเจ้าก็ยิ้ม และรู้สึกดีไปด้วย เพราะฉะนั้นการตัดสินใจครั้งนี้บอกได้คำเดียวว่า คุ้มค่าสุดสุดเลยค่ะ ^^v

 

***************************  

 

เรื่องนี้ถูกขอร้องแกมบังคับให้เขียน แต่ก็ยินดีฮ่ะ เพราะมันจะถูกนำไปเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือที่จะออกขายเพื่อนำเงินกลับไปบ้านผามูบ ^^ คนเรามันก็เท่านี้แหล่ะน้อ พักนี้ดูข่าวแล้วเซ็งจิต หงุหงิในหัวใจ ไม่ว่าจะเป็น ข่าวโลกร้อน หลายประเทศอากาศแปรปรวน ท่อน้ำระเบิดที่แมนฮัตตัน แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น สมุทรปราการแผ่นดินหาย การเมืองไทยและปาร์ตี้สนามหลวง แถมด้วยข่าวภาคใต้ที่กลายเป็ฯข่าวประจำวันไปแล้ว สลดหว่ะ

 

เชื่อว่าสัญชาตญาณการรักตัวเอง การเห็นแก่ตัวเองเป็นกฎธรรมชาติที่ติดตัวมากับมนุษย์ทุกตนรวมตัวข้าพเจ้าเอง หากแต่เพียงมนุษย์สักเสี้ยวหนึ่งของโลกเบี้ยวๆใบนี้จะเห็นแก่ตัวเองน้อยลงบ้างสักนิด แบ่งปันให้ผู้อื่นมากขึ้นอีกสักหน่อย มันก็คงจะดี ดีมากมาก ถ้าขอพร แล้วเป็นจริงได้ กิ๊บบี้จะขอให้โลกสงบสุข (อิ้ววว นาวเองสุดๆเลยตรู แต่รู้สึกงั้นจริงๆนะ ตรูไปขอจตุคามรามเทพดีกว่า 55+ ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่นะกิ๊บบี้ เริ่มกลัว)

 

Ps. Let's enjoyed my hip song. BTW, where is my lipton?

 

View more entries